สรุปหัวข้อการประชุม CML Horizons 2018 ตอนที่ 3

สวัสดีครับ เพื่อนๆสมาชิกชมรมผู้ป่วย cml ทุกท่าน ผมขอนำข้อมูลเรื่อง TFR มาเล่าต่อจากตอนที่แล้วนะครับ ตามที่ได้บอกแล้วว่า ถึงแม้ว่าเรารักษามาจนเข้าหลักเกณฑ์ที่จะหยุดยาได้แล้วแต่ยังมีเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงและพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุดอีกหลายประเด็น ก่อนอื่นเรามาดู ข้อดีและข้อเสียหรือเรียกว่าเป็นความเสี่ยงก็ได้ตามที่ทาง Speaker ได้ให้ไว้ดังนี้ครับ

Benefit ข้อดี

  • ประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องจ่ายค่ายา TKI เองทั้งหมดหรือบางส่วน
  • หมดปัญหาเรื่องผลข้างเคียงจากการทานยา TKI
  • คุณภาพชีวิตดีขึ้นแน่
  • อิสระจากการรักษา และ รู้สึกเหมือนว่า รักษาหายแล้ว

Risks ข้อเสีย

  • มีความเสี่ยงที่โรคจะกลับมา และ สูญเสียการตอบสนองต่อย่า TKI
  • อาการของโรคต่างๆที่เคยเกิดขึ้นกลับมาใหม่
  • ต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เช่นต้องมาตรวจ PCR ทุกเดือน ใน 6 เดือนแรก เป็นต้น
  • แน่นอนที่สุด ต้องเกิดความกังวลมาก

นอกจาก ข้อดีและข้อเสียที่กล่าวมาแล้ว เรื่องการหยุดยาก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ป่วยแต่ละคน ลองพิจาณาหัวข้อต่อไปนี้ดูนะครับ

  • ความเสี่ยงของโรค
  • ผลการตอบสนองทางโมเลกุลของ คือผล PCR ของเราอยู่ในระดับลึกและยาวนานแค่ใหน
  • มีการแพ้ยากลุ่ม TKI มากน้อยอย่างไร
  • ความพึงพอใจ การยอมรับของตัวเราว่า อยากหยุดยาจริงๆไหม
  • เราสามารถมาตรวจติดตาม คือ ตรวจ PCR ได้ทุกเดือนไหม ถ้าต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง
  • แลปที่ได้มาตรฐานมีมากพอไหมในแต่ละประเทศ

ทาง Speaker ได้สรุปว่า ผลสำเร็จของ TFR ในการหยุดยา ของผู้ป่วยที่สำคัญที่สุดคือ ขึ้นอยู่กับก่อนการหยุดยา ได้ทานยา TKI มานานแค่ใหนและ ผล PCR ของเราอยู่ในระดับลึกหรือดีที่สุด undetected มานานแค่ใหน ยิ่งนานมากเท่าใด ผลสำเร็จของการหยุดยา ก็จะมีมากขึ้น การกลับมาของโรคก็น้อยลงหรือถ้ากลับมาผล PCR ก็ยังอยู่ในระดับลึก และเมื่อกลับมาทานยา TKI อีกครั้ง ก็ได้ผล PCR ที่ดีเหมือนเดิม แต่อย่างไรก็ตาม การหยุดยา ต้องอยู่ในการติดตามอย่างใกล้ชิดของคุณหมอ ห้ามหยุดยาเองโดยเด็ดขาดนะครับ เพราะผลสำเร็จของการหยุดยา ยังอยู่ในระดับ 40-60 % เท่านั้น

ขอจบเรื่อง TFR ไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ สวัสดีครับ