CML ตอนที่ 5 ข้อควรระวังระหว่างทานยา

ในการรักษาด้วยยาในกลุ่มTKIs นี้ จำเป็นต้องระวังหลายประการ

1)ให้งดการรับประทานส้ม มะเฟือง ทับทิม รวมทั้งน้ำของผลไม้ดังกล่าว

2) มีคำถามที่ผู้ป่วยถามบ่อยๆคือ ทานมะนาวได้หรือไม่. เนื่องจากอาหารไทยมักมีมะนาวเป็นส่วนผสมอยู่ด้วย ถ้าเป็นอาหารเช่น จำพวกยำ ต้มยำ ลาบ ไม่ได้ห้าม แต่ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำมะนาวเป็นแก้วๆ หรือมะนาวโซดา เป็นต้น

3) ยาหลายตัวมีผลต่อการดูดซึมของยาในกลุ่ม TKIs ดังนั้น ควรแจ้งแพทย์ว่าคุณทานยากลุ่มนี้ แพทย์สามารถหาข้อมูลได้ว่ายาตัวไหนมีผลต่อการดูดซึมของยากลุ่มนี้

4) ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาพาราเซตามอล. ถ้าจำเป็น ก็ทานให้น้อยที่สุด

5)วินัยในการรับประทานยาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะตัดสินว่าการรักษาของคุณจะได้ผลดีหรือไม่
ถ้าวินัยดี โอกาศที่การรักษาจะได้ผลดีมีมาก ตลอดเวลา 40 กว่าปีที่รักษาผู้ป่วยCMLมา และ เกือบ 20 ปีที่รักษาผู้ป่วยด้วยยากลุ่มนี้มาเกิน 300 ราย พบว่าผู้ป่วยที่วินัยในการรับประทานยาไม่ดี สุดท้ายแล้ว การรักษามักไม่ได้ผลมีผู้ป่วยจำนวนไม่มากที่วินัยในการรับประทานยาดี แต่โรคไม่ตอบสนองต่อยา ทุกวันนี้ ถึงแม้จะอธิบายให้ผู้ป่วยทราบถึงข้อดี ข้อเสียของการมี หรือไม่มี วินัยในการรับประทานยา ก็ยังมีผู้ป่วยในความดูแลที่ยังมีปัญหาในการที่จะรับประทานยาให้สม่ำเสมอ สุดท้ายแล้ว การไม่มีวินัยในการรับประทานยา ก็อาจส่งผลให้เกิดการกลายพันธุ์ตัวที่รุนแรงเช่น T315I ซึ่งจำเป็นต้องใช้โพน่าทินิบ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ได้ทะเบียนในประเทศไทย ดิฉ้นใช้เวลา 4-5 ปีกว่าจะสามารถขอยาบริจาคมาให้ผู้ป่วยได้จำนวนหนึ่ง คาดว่าในอีก1-2 ปี ยาโพน่าทินิบน่าจะได้ทะเบียนในประเทศไทย แต่ยาก็น่าจะราคาสูงพอสมควร และ ไม่แน่ใจว่าจะมีผู้ป่วยคนไหนเข้าถึงยาได้ 


เนื่องจากยาที่ใช้รักษาโรคนี้ ขณะนี้ มีอยู่ 3 ตัวเท่านั้น ดังนั้น ก่อนที่จะเปลี่ยนยาจากตัวที่ 1 ไปเป็นตัวที่ 2 ควรจะแน่ใจก่อนว่าไม่ได้ผลจริงๆ และวินัยในการรับประทานยาของผู้ป่วยดี เพราะถ้าตัดสินใจเปลี่ยนยาจากตัวที่ 1 ไป ตัวที่ 2 ไปตัวที่ 3 เร็ว โดยไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน แล้วเมื่อพบว่าตัวที่ 3 ก็ไม่ได้ผล ก็จะไม่มีทางไปต่อ เพราะไม่มียาให้ใช้แล้ว ดังนั้นจึงต้องพิจารณาให้ดีก่อนเปลี่ยนยา


บางครั้ง การที่พบว่าตัวที่ 1 ไม่ได้ผล อาจเป็นเพราะผู้ป่วย รับประทานยาไม่ถูกต้อง หรือ วินัยในการรับประทานยาไม่ดี หรือมีสาเหตุอื่นๆ ถ้าเป็นกรณีเช่นนี้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนเป็นยาตัวไหน ก็คงไม่ได้ผลเช่นกัน ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักไม่บอกแพทย์ผู้รักษา หรือบางครั้ง แพทย์ก็ไม่ได้ถาม สิ่งที่สำคัญคือต้องไม่ลืมว่าเป็นมะเร็งนะคะ ไม่ใช่ไข้หวัด 


ในความโชคร้ายที่เป็นมะเร็ง ก็ยังมีโชคดีที่มียาที่ดีๆให้ใช้ และโชคดีที่ผู้ป่วยทุกสิทธิ์สามารถเข้าถึงยาได้ทั้ง 3 ตัว ในเมื่อสามารถเข้าถึงยาซึ่งราคาเกินหนึ่งล้านบาทต่อปีได้แล้วโดยไม่ต้องจ่ายเงิน ทำไมถึงไม่มีวินัยในการรับประทานยา ก็ขอฝากให้คิดด้วยค่ะ