ตอนที่ 4 คุณสมบัติของผู้ป่วยที่จะเข้าร่วมโครงการบริจาคยาให้ผู้ป่วย การติดตามผู้ป่วย

ตอนที่ 4

หลังจากที่โครงการบริจาคยาให้ผู้ป่วย ( Expanded access program หรือ EAP) ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการการวิจัยในคน ของโรงพยาบาลรามาธิบดีแล้ว
ก็มีการจัดประชุมโลหิตแพทย์ขึ้น
เนื่องจากดิฉันเป็นคนส่งเรื่องขออนุมัติ จึงเป็นคนนำเสนอวิธีการให้ยา คุณสมบัติของผู้ป่วยที่จะเข้าร่วม การติดตามผู้ป่วย และอื่นๆ
ดิฉันยังเข้าใจว่า บริษัทคงให้แพทย์ที่มาร่วมฟังเป็นคนดูแลผู้ป่วยเองด้วย
ปรากฎว่า ตอนท้ายๆของการประชุม. ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทจึงได้ประกาศว่าแพทย์ทุกคนต้องส่งผู้ป่วยมาที่ รพ.รามาธิบดีเท่านั้น เพื่อรับยา ทางบริษัท ไม่สามารถส่งยาให้ แพทย์ท่านอื่น ในโรงพยาบาลอื่นได้

ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ไม่อธิบายเหตุผล และดิฉันก็เพิ่งทราบพร้อมๆกับทุกคนนั่นแหละ. เขาไม่ได้คุยเรื่องนี้กับดิฉันมาก่อนเลย ตอนหลัง พอมานั่งคิดดูแล้ว จึงเข้าใจว่าทำไมเขาตัดสินใจแบบนี้

เพราะเขาไม่ได้ให้อาจารย์ท่านอื่นยื่นเรื่องขออนุมัติจากคณะกรรมการการวิจัยเลย และเนื่องจากในตอนนั้น ยายังไม่ได้มีทะเบียนให้จัดจำหน่ายในประเทศไทย. ดังนั้นจึงต้องถือว่าเป็นการทำวิจัยในคน แพทย์ที่จะให้ยากับผู้ป่วยได้ ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการการวิจัยในคนก่อน. ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะส่งยาให้อาจารย์ท่านอื่น

ประกอบกับว่า คงจะง่ายสำหรับเขาที่จะดูแลเพียงโรงพยาบาลที่เดียว. และขั้นตอนในการขออนุมัติจากคณะกรรมการการวิจัยในคนในแต่ละสถาบันก็ไม่เท่ากัน บางแห่งก็ใช้เวลานานมาก ทำให้เขาตัดสินใจทำแบบนั้น

แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเขาอธิบายเหตุผลให้ทุกคนทราบ

ดิฉันคาดเดาเอาว่าทางบริษัทคงเห็นแล้วว่าไม่มีอาจารย์ท่านใด สนใจโรคนี้จริงๆ ตอนที่เชิญประชุมร่วม 3 ประเทศ ก็ไม่มีใครสนใจจะไปประชุม
มีดิฉันคนเดียวที่แสดงตัวมาตั้งแต่ต้น ว่าสนใจที่จะนำยามาให้ผู้ป่วย และแสดงตัวมาตลอดว่า สนใจโรคนี้ และออกตัวต่อสู้เพื่อให้ได้ยามาให้ผู้ป่วย

แต่หลังจากนั้น ก็มีเสียงลอยมาให้ได้ยินในทางลบ

บอกได้อย่างเดียวว่า รายการนี้ ต้องทำใจ เท่านั้นค่ะ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยา ต้องไม่คิดมาก