ตอนที่ 6 การผลักดันให้ผู้ป่วยได้รับยาอย่างทั่วถึง (สิทธิ์บัตรทอง)

ตอนที่ 6

เนื่องจากตอนนั้นยาอิมาทินิบยังไม่ได้อยู่ในบัญชียาหลัก ดังนั้นผู้ป่วยในสิทธิ์ ประกันสังคมและ บัตรทอง ยังไม่สามารถเข้าถึงยาราคาแพงนี้ได้
ต้องหาทางช่วย วันนี้จะกล่าวถึงสิทธิ์บัตรทองก่อนค่ะ

1) สิทธิ์บัตรทอง เป็นผู้ป่วยส่วนใหญ่ คือประมาณ 70% ของประชากร ซึ่งแน่นอนว่า ส่วนใหญ่ไม่สามารถที่จะซื้อยาทานได้ ดิฉันจึงได้ผลักดัน จนมีโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยนานาชาติ
(จีแพบ GIPAP หรือ Glivec International Patient Assistant Program) ทำให้ผู้ป่วยในสิทธิ์บัตรทองเข้าถึงยาได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆและเป็นผู้ป่วยส่วนใหญ่ด้วย โครงการนี้เริ่มอนุมัติตั้งแต่ตุลาคม 2545 และให้มาจนถึงปลายปี 2561 หลังจากสิทธิบัตรของยากลิเวคหมดอายุ. หลังจากนั้นสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงได้จัดซื้อยาให้ผู้ป่วยเอง โดยรวม มีผู้ป่วยที่ได้รับยาจากโครงการ GIPAP เกือบ 2,000 คน และผู้ป่วย GIST อีกเกือบ 1,000 คน

โครงการจีแพบ เป็นโครงการที่บริจาคยาอิมาทินิบให้กับผู้ป่วยในสิทธิ์บัตรทองที่ผ่านการอนุมัติแล้ว คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับอนุมัติคือ

1) อยู่ในสิทธิ์บัตรทอง

2) ผ่านคุณสมบัติด้านการเงิน
โดยเขามีข้อกำหนดว่ารายได้ทั้งปีต้องไม่เกินจำนวนหนึ่ง

เข้าใจว่าแพทย์จำนวนมากไม่ทราบกฎเกณฑ์เรื่องรายได้ จึงไม่ได้ซักถามถึงเศรษฐานะของผู้ป่วย เคยมีผู้ป่วยคนหนึ่ง มาพบดิฉัน เมื่อวินิจฉัยได้ว่าเป็น CML หลังจากซักถามเรื่องการเงินแล้ว พบว่ามีรายได้ เดือนละหลายแสนบาท ดิฉันก็ให้ซื้อยาเอง พอมาครั้งต่อมา เข้าใจว่าพูดคุยกับผู้ป่วยที่นั่งรออยู่ พบว่าส่วนใหญ่อยู่ในโครงการยาฟรี พอเข้ามาพบดิฉัน. ก็บอกว่าขอเข้าโครงการ ดิฉันเลยต้องแจ้งว่า คุณไม่อยู่ในข่ายที่จะเข้าโครงการได้เพราะรายได้เกินที่เขาจะอนุมัติ หลังจากนั้น ก็หายไป ไม่มารักษาต่อ ทราบว่า ได้ย้ายไปอีกโรงพยาบาลหนึ่ง และได้เข้าโครงการ เพราะแพทย์ไม่ได้ซักถามรายละเอียดเรื่องการเงินเลย ในความเห็นของดิฉัน
คิดว่าโครงการนี้ทำขึ้นมาเพื่อช่วยผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้าถึงยาได้ เพราะราคาสูง ดังนั้นผู้ป่วยที่มีความสามารถในการซื้อยา เพราะมีรายได้สูงแล้ว ก็ไม่สมควรมาเบียดบังส่วนที่ควรจะให้ผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้าถึงยาได้

มีผู้ป่วยบางราย ตอนแรกก็ต้องซื้อยาเอง เพราะรายได้เกินข้อกำหนด
ต่อมา ในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ทำให้ รายได้ลดลงมาก ดิฉันก็ได้ขอให้ผู้ป่วยได้เข้าโครงการจีแพบ และก็ได้ยามาจนถึงทุกวันนี้

มีคนเข้าใจผิดว่า โครงการจีแพบ เป็นการบริจาคยาจากมูลนิธิแมกซ์ ผู้ป่วยหลายคนรู้สึกชื่นชม ขอบคุณมูลนิธิแมกซ์มาก แม้แต่หมอหลายคนก็เข้าใจผิดเช่นเดียวกัน

แต่ในความเป็นจริง คือเป็นยาที่บริจาคโดยบริษัทผู้ผลิต แต่ด้วยกฎของบริษัท เขาต้องหา third party มาดูเรื่องของคุณสมบัติของผู้ป่วยว่า เหมาะสมหรือไม่ และให้เป็นผู้อนุมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุมัติ เขาจึงให้ทางมูลนิธิแมกซ์เป็น third party ดูแลเรื่องการอนุมัติผู้ป่วย โดยที่ทางบริษัทผู้ผลิตต้องเสียเงินให้มูลนิธิแมกซ์เป็นเงินจำนวนมหาศาลต่อปี ในการบริหารจัดการโครงการจีแพบ ซึ่งข้อมูลพวกนี้ ส่วนใหญ่ไม่มีใครทราบ แถมยังคิดว่ามูลนิธิแมกซ์เป็นผู้บริจาคยาให้อีก แต่ในความเป็นจริงคือเขาคิดเงินในการบริหารจัดการเป็นจำนวนสูงมากทีเดียวค่ะ นับว่าบริษัทผู้ผลิตได้ปิดทองหลังพระจริงๆ

เมื่อ มูลนิธิแมกซ์ อนุมัติแล้ว ทางบริษัทผู้ผลิตจะเป็นผู้ส่งยาไปให้ที่โรงพยาบาลที่ผู้ป่วยรักษาอยู่ค่ะ โดยบริษัทเป็นผู้ดำเนินการนำยาเข้ามาในประเทศไทยเพื่อบริจาคค่ะ
ดังนั้นมูลนิธิแมกซ์เกี่ยวข้องแค่การอนุมัติผู้ป่วยเท่านั้นเองค่ะ

ตอนต่อไปจะกล่าวถึงสิทธิ์ประกันสังคม ที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเงินทุกเดือน แต่การรักษาแย่กว่าสิทธิ์บัตรทอง