ตอนที่ 7 การผลักดันให้ผู้ป่วยได้รับยาอย่างทั่วถึง (สิทธิ์ประกันสังคม)

ตอนที่ 7

ในตอนที่ 6 ได้กล่าวถึงสิทธิ์บัตรทองแล้ว วันนี้จะกล่าวถึงสิทธิ์ประกันสังคมบ้าง

2) สิทธิ์ประกันสังคม
ขณะนั้น สำนักงานประกันสังคมอนุมัติให้ทำปลูกถ่ายไขกระดูกได้ โดยต้องขออนุมัติเป็นราย รายไป ปัญหาคือ ผู้ป่วย CML ที่อนุมัติไป 10 ราย มีผู้บริจาคที่เหมาะสมแค่ 2-3 รายเท่านั้น แล้วคนที่ไม่มีผู้บริจาค จะทำอย่างไร

ดิฉันได้เสนอสำนักงานประกันสังคมว่า สำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีผู้บริจาคที่เหมาะสม. ขอให้ทางประกันสังคม จ่ายเงิน 750,000บาท ที่อนุมัติให้ทำปลูกถ่ายไขกระดูก มาเป็นค่ายาอิมาทินิบแทน ซึ่งก็พอซื้อยาได้ 6 เดือน หลังจากนั้น ได้ขอให้ทางโครงการGIPAP บริจาคยาต่อ โดยไม่มีกำหนด

ซึ่งทางโครงการก็ยินยอมที่จะให้ เท่ากับ ประกันสังคมจ่ายให้ผู้ป่วย รายละ 750,000 บาท ครั้งเดียวเท่านั้น

แต่ ทางประกันสังคมไม่ยอมอนุมัติ( เข้าใจว่าเชื่อหมอคนที่ไม่มีความรู้ในการรักษาจริงๆ)
ดังนั้น ผู้ป่วยในสิทธิ์ ประกันสังคมเป็นกลุ่มเดียวที่ไม่ได้รับยาตัวนี้ในขณะนั้น

อย่าลืมว่า ผู้ป่วยประกันสังคมจ่ายเงินให้สำนักงานประกันสังคมทุกเดือนนะคะ แต่ถึงเวลาป่วย สำนักงานประกันสังคมไม่ดูแล ไม่ยอมจ่ายยาที่จำเป็นให้ผู้ป่วย แพทย์จำเป็นต้องจ่ายยา
ไฮดรียแทน ซึ่งลดได้แต่จำนวนเม็ดเลือดขาว แต่เซลล์มะเร็งยังอยู่ ไม่นาน
ผู้ป่วยก็จะเข้าสู่ระยะสุดท้ายและเสียชีวิตไป

หลังจากนั้น ยาอิมาทินิบ ได้รับการผลักดันให้เข้าในบัญชียา จ 2 ตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งตามกฎหมาย ยาที่อยู่ในบัญชี จ2 รัฐบาลต้องจัดหายาให้ผู้ป่วยทุกคน หมายความว่า สำนักงานประกันสังคมต้องจัดยาอิมาทินิบให้ผู้ป่วย CML ทุกคนด้วย แต่ในความเป็นจริงคือ สำนักงานประกันสังคมไม่ยอมจ่ายยาอิมาทินิบให้ผู้ป่วย CML จนกระทั่ง ปี 2555

ไม่มีใครทราบว่าในระยะเวลา 4 ปีที่สำนักงานประกันสังคมไม่ยอมจ่ายยาอิมาทินิบให้ผู้ป่วย CML นั้น มีผู้ป่วยจำนวนเท่าไหร่ที่ต้องเสียชีวิตไป

และผลของการที่ประกันสังคมไม่ยอมรับข้อเสนอที่ว่าให้จ่ายยาให้ผู้ป่วย 6 เดือน หลังจากนั้น ทางจีแพบจะบริจาคยาต่อ. ทำให้ เมื่อยาเข้าบัญชี จ2 แล้ว และสำนักงานประกันสังคมถูกกดดันจนต้องจ่ายยาอิมาทินิบให้ผู้ป่วย CML สำนักงานประกันสังคมจึงต้องซื้อยาให้ผู้ป่วย. คิดเป็นเงินปีละ 1.2 ล้านบาทต่อผู้ป่วยหนึ่งรายต่อปี ทุกปี ยังโชคดีที่สุดท้ายแล้วต่อรองจนทาง บริษัทยอมให้ซื้อ 1 แถม 1 ทำให้จ่ายเงินปีละ 600,000 บาท ต่อคน แล้วด้วยผลที่ดีมากของยา ผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็ยังมีชีวิตอยู่เกิน 10 ปี

เพราะฉะนั้น ถ้าคิดแค่ 10 ปี ประกันสังคมก็ต้องจ่าย 6 ล้านบาทต่อผู้ป่วย หนึ่งคน ในระยะเวลา 10 ปี. เทียบกับ ว่าจ่าย 750,000 บาท ต่อคน ครั้งเดียว ที่เคยเสนอให้สำนักงานประกันสังคมทำ แต่ สำนักงานประกันสังคมเลือกที่จะเชื่อหมอที่ไม่มีความรู้เรื่องนี้ และไม่รับข้อเสนอนั้น นับว่าประกันสังคมตัดสินใจผิดจริงๆ

จะเห็นได้ว่า ผู้ป่วยในสิทธิ์ประกันสังคมซึ่งจ่ายเงินให้สำนักงานประกันสังคมทุกเดือน แต่ได้รับการดูแลแย่กว่าผู้ป่วยในสิทธิ์บัตรทองมากเลย